กระเป๋า Chanel นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและความเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมจากแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ด้วยความโดดเด่นของดีไซน์และวัสดุคุณภาพสูง กระเป๋า Chanel จึงกลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าและได้รับความต้องการสูงในตลาด จึงไม่น่าแปลกใจที่กระเป๋าของแบรนด์นี้มักจะตกเป็นเป้าหมายของการทำของปลอม ซึ่งบางครั้งก็ยากที่จะตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า
และหนึ่งในวิธีการตรวจสอบความแท้ของกระเป๋า Chanel ที่ได้รับความนิยมคือการ เช็กแท้ปลอมผ่านการนับปีของกระเป๋าโดยใช้ รหัส Hologram ที่ติดอยู่ในกระเป๋า Chanel ก่อนที่ในปัจจุบันจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นการฝังไมโครชิพ (Microchip) ลงในกระเป๋าที่ทำให้สะดวกและมีความแม่นยำอย่างมากในการตรวจเช็ก
วันนี้แบคนิฟิค แบรนด์เนมจึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ Hologram ของ Chanel เพื่อทราบถึงปีที่ผลิต และตรวจสอบความเป็นของแท้ของกระเป๋า Chanel
เช็กเลข Hologram Chanel ได้จากตรงไหน?
สติ๊กเกอร์ Hologram ของ Chanel มักจะติดอยู่ในตำแหน่งที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายภายในกระเป๋า โดยมักจะพบได้ในบริเวณที่เป็นช่องภายในกระเป๋าหรือบริเวณที่ฝาปิดกระเป๋าปิดสนิท โดยตำแหน่งที่สามารถพบสติ๊กเกอร์ Hologram ได้แก่ 3 ตำแหน่งหลัก ๆ
ตำแหน่งที่หนึ่ง ใต้ฝาปิด (Flap) : มักจะพบสติ๊กเกอร์ Hologram อยู่บริเวณนี้ สำหรับกระเป๋ารุ่นที่มีฝาปิด เช่น กระเป๋า Chanel Classic Flap หรือ Chanel Boy โดยสติ๊กเกอร์ Hologram มักจะติดอยู่ภายในฝาปิดที่เป็นผิวหนังหรือผ้าบุของกระเป๋า
ตำแหน่งที่สอง ช่องเก็บของภายใน: สติ๊กเกอร์ Hologram มักจะติดอยู่ในช่องเก็บของภายในกระเป๋า ซึ่งมักจะเป็นช่องที่อยู่ในบริเวณที่ไม่ถูกรบกวนมากนัก เช่น ช่องเก็บการ์ด หรือกระเป๋าตาข่ายภายใน
ตำแหน่งที่สาม ใต้ปากกระเป๋าหรือด้านใน: ในบางรุ่นของกระเป๋า Chanel เช่น WOC (Wallet on Chain) หรือกระเป๋าที่มีรูปแบบเรียบง่าย สติ๊กเกอร์ Hologram อาจติดอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนด้านในของปากกระเป๋าใกล้กับขอบกระเป๋า
เลข Hologram แต่ละตัวมีความหมาย
การอ่าน Hologram ของกระเป๋า Chanel เพื่อทราบถึงปีผลิตนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยาก แต่ต้องระมัดระวังและทำความเข้าใจอย่างมาก โดยรหัสนี้จะเป็นสิ่งยืนยันความแท้และระบุปีการผลิตของกระเป๋าแต่ละใบ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยการดูที่ตัวเลขในรหัสบนสติ๊กเกอร์ดังกล่าว
ตัวเลข Hologram ของ Chanel จะมีทั้งหมด 7-8 ตัว และจะมีการเปลี่ยนแปลงตามปีที่ผลิตดังนี้
พัฒนาเข้าสู่การฝังไมโครชิพที่กระเป๋า
ถึงแม้การตรวจ Hologram ที่กระเป๋า Chanel จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ค่อนข้างได้ผลลัพธ์อย่างดีเยี่ยม แต่เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ผนวกกับการปลอมแปลงที่มีความแยบยลมากยิ่งขึ้นทำให้แบรนด์ Chanel ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจเช็กแท้-ปลอมของกระเป๋า เป็นการฝังไมโครชิพ (Microchip) ที่ตัวกระเป๋าแทน นับตั้งแต่ช่วง Collection Autumn-Winter หรือช่วงเดือนตุลาคมของปี 2021 เป็นต้นมา
โดยข้อดีของการฝังไมโครชิพลงในกระเป๋า Chanel แบ่งออกเป็น 4 ข้อหลัก ๆ
ข้อที่ 1 ความปลอดภัยสูง
ไมโครชิพมีความปลอดภัยสูงกว่าการใช้รหัส Hologram เพราะยากต่อการปลอมแปลงหรือดัดแปลงข้อมูลจากไมโครชิพ การฝังไมโครชิพทำให้การปลอมแปลงกระเป๋า Chanel เกือบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไมโครชิพมีการเข้ารหัสข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ข้อที่ 2 การติดตามกระเป๋าได้ง่าย
ไมโครชิพช่วยให้สามารถติดตามกระเป๋า Chanel จากการผลิตจนถึงการซื้อขายในตลาดรองได้อย่างสะดวก ช่วยให้เจ้าของกระเป๋าหรือร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติและข้อมูลการซื้อขายของกระเป๋าได้อย่างโปร่งใส
ข้อที่ 3 ลดการปลอมแปลง
เทคโนโลยีไมโครชิพมีความแม่นยำสูงและสามารถตรวจสอบได้ทันที ช่วยลดปัญหาการขายสินค้าปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากไมโครชิพไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เหมือนกับรหัส Hologram การปลอมแปลงจึงยากขึ้น
ข้อที่ 4 ความสะดวกในการตรวจสอบ
กระเป๋าที่มีไมโครชิพสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย โดยใช้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์อ่านข้อมูลที่รองรับ ผู้ซื้อกระเป๋ามือสองสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทันทีเพื่อยืนยันว่ากระเป๋านั้นเป็นของแท้
การเลือกซื้อกระเป๋า Chanel จากร้านแบคนิฟิค เป็นทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เรามี กระเป๋า Chanel ของแท้ ทั้งกระเป๋ามือหนึ่ง และกระเป๋ามือสอง ที่มาพร้อมกับคุณภาพ สามารถมั่นใจได้ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า นอกจากนี้คุณจะได้รับบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และยังสามารถเลือกกระเป๋าที่ตรงกับความต้องการของคุณจากหลากหลายรุ่น