Louis Vuitton (LV) ถือเป็นแบรนด์หรูที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นมายาวนาน และเป็นผู้บุกเบิกการออกแบบกระเป๋าที่ไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน หนึ่งในรุ่นที่กลายเป็นไอคอนของแบรนด์และได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้น Louis Vuitton Speedy ที่มีทั้งดีไซน์สุดคลาสสิกและการใช้งานที่ไม่เหมือนใคร
แม้ว่า Louis Vuitton จะผลิตกระเป๋าหลายรุ่น แต่ละรุ่นต่างก็มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สำหรับ Speedy แล้ว ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหรือรุ่นไหน ๆ ก็ยังคงความเป็น Iconic Bag ที่ไม่เคยตกยุค ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายและรูปทรงที่คงความทันสมัยตลอดเวลา ถือว่าเป็นกระเป๋าที่ใครหลายคนต้องมีติดบ้านไม่ว่าจะเป็นรุ่นแม่หรือรุ่นลูกก็ยังสามารถส่งต่อให้กันได้อย่างไม่ขาดตอนวันนี้แบคนิฟิค แบรนด์เนมจึงขอพาทุกคนมารู้จักกับ Louis Vuitton Speedy ให้มากขึ้นทั้งในเรื่องของขนาด การใช้งาน รวมถึงลวดลายที่หลากหลาย ที่จะทำให้ทุกท่านตัดสินใจในการซื้อได้ง่ายขึ้น
Louis Vuitton Speedy ความนิยมที่ไม่เคยจางหาย
กระเป๋า Louis Vuitton Speedy เปิดตัวครั้งแรกในปี 1930 โดยได้รับการออกแบบจาก Georges Vuitton ลูกชายของ Louis Vuitton ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยเริ่มต้นจากการเป็นกระเป๋าสำหรับการเดินทางที่มีขนาดใหญ่ และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักเดินทางและคนดัง
กระเป๋า Speedy ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋า Louis Vuitton Keepall ซึ่งเป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ของ Louis Vuitton ที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ Speedy ได้ถูกย่อขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันSpeedy กลายเป็นกระเป๋ารุ่นไอคอนของแบรนด์ โดยเฉพาะในรุ่น Monogram Canvas ซึ่งเป็นลายที่มีชื่อเสียงของ Louis Vuitton ที่ได้ถูกนำมาใช้ใน Speedy ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น กระเป๋ารุ่นนี้มีขนาดที่หลากหลาย เริ่มจาก Speedy Nano ที่เป็นไซซ์เล็กที่สุดไปจนถึง Speedy 40 ที่มีขนาดใหญ่สุด
ขนาดที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย
กระเป๋า Louis Vuitton Speedy มีหลายขนาดให้เลือก เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ แต่ละขนาดมีการออกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล นอกจากนี้ ขนาดของกระเป๋าแต่ละรุ่นยังมีความพอดีสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในโอกาสสบายๆ หรือในโอกาสทางการ
Louis Vuitton Speedy มีให้เลือกถึง 6 ขนาด ได้แก่ Speedy Nano, 20, 25, 30, 35 และ 40
เริ่มด้วยขนาดแรก Speedy Nano 16 x 10 x 7.5 ซม. หรือ 6 x 4 x 3 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกระเป๋าใบเล็กที่ใช้งานสะดวกและพกพาง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีสไตล์ชอบกระเป๋าขนาดกระทัดรัด เนื่องจากขนาดเล็กและน้ำหนักเบา จึงเหมาะกับคนที่ต้องการกระเป๋าที่พกพาไปไหนมาไหนง่าย
“Speedy 20” 20.5 x 13.5 x 12 ซม. หรือ 8 x 5 x 4 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะกับคนที่ต้องการกระเป๋าขนาดกลางเล็ก ที่สามารถพกพาได้สะดวกในชีวิตประจำวันหรือในโอกาสพิเศษ รวมทั้งยังสามารถใส่ของจำเป็นได้อย่างเพียงพอ สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิ้ง หรือเดินทางไปสถานที่ต่างๆ
“Speedy 25” 25 x 19 x 15 ซม. หรือ 9.8 x 7.5 x 5.9 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่ไม่ใหญ่เกินไป ใช้สำหรับการออกไปทำธุระสั้น ๆ หรือเป็นกระเป๋าสำหรับวันสบาย ๆ ซึ่งสามารถใส่ของจำเป็น เช่น โทรศัพท์, กระเป๋าสตางค์, เครื่องสำอาง, กุญแจ และบางครั้งอาจจะใส่กระเป๋าเอกสารขนาดเล็กได้
“Speedy 30” 30 x 21 x 17 ซม. หรือ 11.8 x 8.3 x 6.7 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไปทำงานหรือออกไปชอปปิ้ง สามารถใส่ของได้มากขึ้น เช่น ipad, กระเป๋าสตางค์, เครื่องสำอาง, หนังสือ, หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อีกเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการกระเป๋าที่สะดวกสบายและพกพาของได้มากขึ้น
ขนาดต่อมา “Speedy 35” 35 x 23 x 18 หรือ 13.8 x 9.1 x 7.1 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่สามารถใส่ของได้มากขึ้น เช่น เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์สำหรับเดินทางสั้น ๆ สามารถใส่ได้ทั้งของใช้ส่วนตัวและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ เช่น กล้องถ่ายรูป หรือกระเป๋าเอกสารขนาดเล็ก เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้กระเป๋าในชีวิตประจำวัน แต่ต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยสำหรับการพกพาของที่มีจำนวนมาก
และขนาดสุดท้าย “Speedy 40” 40 x 26 x 19 หรือ 15.7 x 10.2 x 7.5 นิ้ว ขนาดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่สามารถใส่ของได้มากที่สุดในกลุ่มของ Speedy เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเดินทางไกลหรือการพกพาสิ่งของขนาดใหญ่ เช่น เสื้อผ้าสำหรับเดินทางสั้นๆ หรือสิ่งของที่จำเป็นมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระเป๋าที่สามารถใส่ของมากๆ พร้อมกับยังคงความสะดวกในการพกพา
ด้วยขนาดที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบด้าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Louis vuitton Speedy ได้รับความนิยมอยู่เสมอ แม้ผ่านไปกี่ทศวรรษก็ตาม
ลวดลายที่กลายเป็นตำนาน
หนึ่งในจุดเด่นของกระเป๋า Louis Vuitton ที่ทำให้แตกต่างและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกคือ ลวดลายโมโนแกรม (Monogram) ซึ่งเป็นลายที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวอักษรย่อ LV ซึ่งมาจากชื่อแบรนด์ Louis Vuitton เอง โดยลายนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1896 โดย จอร์จ วิตตอง (Georges Vuitton) ลูกชายของหลุยส์ วิตตอง เพื่อเป็นการสร้างความเป็นเอกลักษณ์และป้องกันการเลียนแบบกระเป๋าของแบรนด์
ลวดลายโมโนแกรมที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดมีทั้งหมด 3 ลายหลัก ๆ ที่จะได้เห็นในกระเป๋า Louis Vuitton Speedy รวมถึงรุ่นอื่นๆ ของแบรนด์
“Monogram Canvas” ลายนี้ถือเป็นลายที่มีชื่อเสียงและเป็นตำนานที่สุดของ Louis Vuitton มันประกอบด้วยลายดอกไม้สี่แฉกและตัวอักษร LV ที่ถูกจัดเรียงอย่างลงตัวในสีเบจและน้ำตาลเข้ม ซึ่งสามารถพบได้ในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ของหลุยส์ วิตตอง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับ เป็นลายที่แสดงถึงความหรูหราและคลาสสิกได้อย่างชัดเจน
“Damier Ebene” ลายนี้เป็นลายตารางสี่เหลี่ยมที่มีความคลาสสิกไม่แพ้ลายโมโนแกรม โดยใช้สีน้ำตาลเข้มและน้ำตาลอ่อนตัดกัน สื่อถึงความเรียบง่ายแต่หรูหรา นอกจากนี้ ลาย Damier Ebene ยังทนทานและดูแลรักษาง่าย ทำให้หลายคนเลือกใช้ลายนี้ในกระเป๋า Speedy เพราะมีความแข็งแรงและมีความทนทานมาก
และ “Damier Azur” ลายนี้มีลักษณะคล้ายกับ Damier Ebene แต่ใช้สีฟ้าและน้ำตาลอ่อน โดยลายนี้มักจะพบในกระเป๋า Speedy รุ่นที่เหมาะสำหรับฤดูร้อนและสร้างความรู้สึกสดใส เบา ๆ ดูเป็นทางการแต่ยังคงความหรูหราได้เหมือนเดิม ถือเป็นลายที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาที่อากาศอบอุ่นและเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ
นอกจากลายหลัก ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว Louis Vuitton ยังมีการออกแบบลวดลายพิเศษที่เป็นการร่วมมือกับศิลปินและดีไซเนอร์หลายคน เช่น Monogramouflage ลายที่มีลักษณะคล้ายกับลายพรางทหาร หรือ Monogram Vernis ที่ใช้การเคลือบสีให้มีความมันวาวและทำให้ลายโมโนแกรมดูโดดเด่นยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่ง Louis Vuitton Multicolor ที่มีการ Collaboration พิเศษร่วมกับศิลปินระดับโลกอย่าง Murakami ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นลายไหนก็ตาม ลายโมโนแกรม ของ Louis Vuitton ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีวันตกยุค