ปัจจุบันสินค้าของปลอมมีอยู่เกลื่อนตลาด โดยเฉพาะแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ที่มักถูกทำเลียนแบบได้อย่างแนบเนียนจนหลายคนอาจเผลอหลงเชื่อ ด้วยราคาที่ถูกกว่าและความคล้ายคลึงในดีไซน์ ทำให้หลายคนลังเลและไม่มั่นใจว่าของที่ตัวเองสนใจเป็นของแท้หรือไม่ การเลือกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมจึงเป็นการลงทุนที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกร้านที่ไว้ใจได้ ซึ่ง Bagnifique Brandname เป็นหนึ่งในร้านที่การันตีของแท้ 100% ทุกใบ มีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญ แต่หากใครอยากลองตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ Date Code หนึ่งในวิธีเช็กของแท้ของ LOUIS VUITTON ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนการตัดสินใจซื้อ
LOUIS VUITTON แบรนด์อันดับหนึ่งของโลก
เมื่อพูดถึงแบรนด์แฟชั่นหรูระดับโลก ชื่อของ Louis Vuitton ต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1854 โดย Louis Vuitton ช่างทำหีบเดินทางผู้มีฝีมือในฝรั่งเศส ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และคุณภาพที่เหนือชั้น Louis Vuitton ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเครื่องหนังและสินค้าแฟชั่น จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลและได้รับการยอมรับทั่วโลก
หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ Louis Vuitton เป็นที่จดจำคือ ลายโมโนแกรม (Monogram Canvas) ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1896 เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า เนื่องจากในช่วงนั้นสินค้า Louis Vuitton เริ่มได้รับความนิยมสูง ทำให้ของเลียนแบบเริ่มระบาด การออกแบบลายอักษร LV สลับกับสัญลักษณ์ดอกไม้และรูปทรงเรขาคณิต จึงเป็นการสร้างเอกลักษณ์และยกระดับความหรูหราให้กับแบรนด์
จากการสร้างสัญลักษณ์โมโนแกรมเพื่อต่อสู้กับการปลอมแปลง Louis Vuitton ยังคงพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าแท้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง Date Code ได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงปี 1980s เพื่อเป็นรหัสระบุข้อมูลสำคัญของกระเป๋า เช่น ช่วงเวลาการผลิตและสถานที่ผลิต ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการแยกแยะกระเป๋าแท้และของปลอม ที่เราจะมาทำความรู้จักกันในวันนี้

เช็กแท้ปลอมได้ด้วย Date Code
Date Code เป็นรหัสที่ Louis Vuitton ใช้ระบุช่วงเวลาการผลิตและสถานที่ผลิตของสินค้า โดยรหัสนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1980 (แต่ปัจจุบันรุ่นใหม่ ๆ เริ่มไม่มี Date Code แล้ว เนื่องจากเปลี่ยนไปใช้ Microchip แทน) อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังตรวจสอบกระเป๋า LV รุ่นเก่า Date Code ก็ยังเป็นจุดสังเกตสำคัญ
Date Code มักประกอบด้วย ตัวอักษร 2 ตัว + ตัวเลข 4 หลัก หรือ ตัวเลข 3–4 หลัก แล้วแต่ยุคที่ผลิต โดยในยุค 1990s – 2021: ตัวอักษร 2 ตัวแรกจะแทนรหัสโรงงานผลิต และตัวเลข 4 หลัก (2 ตัวแรกคือสัปดาห์ที่ผลิต / 2 ตัวสุดท้ายคือปีที่ผลิต)
ซึ่งโรงงานแต่ละประเทศก็จะมีอักษรรหัสย่อที่แตกต่างกันไปดังนี้
ผลิตที่ประเทศฝรั่งเศส = AO, A1, A2, AA, AN, AR, AS AX, BA, BJ, BU, CT, DR, DU, ET, FL, FR , GR, LW, MB, MS, MI, NO, RA, RE, RI, SA, SD, SF, SL, SN, SP, SR, TA, TH, TJ, TN, TR, TS, VI, VI
ผลิตที่ประเทศอเมริกา = FC, FH, OS, SD, LA, FL
ผลิตที่ประเทศสเปน = CA, CR, GI, LB, LM, LO, LW
ผลิตที่ประเทศอิตาลี = BO, CE, FA, FO, RE, MA, NQ, PL, RC, RO, SA, ST, TD
ผลิตที่ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ = DI, FA
ผลิตที่ประเทศเยอรมัน = LP
ยกตัวอย่างเช่น: VI1021 → ผลิตที่โรงงานในฝรั่งเศส เดือนที่ 12 ปี 2001
SP1028 → ผลิตที่โรงงานในฝรั่งเศส สัปดาห์ที่ 12 ปี 2008
การเช็ก Date Code เป็นเพียง วิธีเบื้องต้น เท่านั้น เพราะของปลอมบางชิ้นก็สามารถเลียนแบบ Date Code ได้อย่างแนบเนียน ดังนั้น หากต้องการความมั่นใจ ควรซื้อจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น Bagnifique Brandname ที่รับประกันของแท้ 100% และมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบให้คุณ
พัฒนาสู่การฝัง Microchip
ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา Louis Vuitton ได้ยกเลิกการใช้ Date Code และเปลี่ยนมาใช้ Microchip ฝังไว้ภายในสินค้าแทน โดยไมโครชิพนี้มีขนาดเล็กมากและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ถูกออกแบบให้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอย่างปลอดภัย เช่น สถานที่ผลิต วันที่ผลิต และข้อมูลเฉพาะของสินค้าแต่ละชิ้น
การตรวจสอบ Microchip นั้น ไม่สามารถเช็กได้ด้วยตัวเอง ต้องให้ทางร้าน Louis Vuitton หรือร้านที่มีเครื่องอ่านเฉพาะเป็นผู้ตรวจสอบ นอกจากนี้ การใช้ Microchip ยังช่วยลดปัญหาการปลอมแปลงข้อมูลบน Date Code ที่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบเฉพาะของ LV เท่านั้น
ดังนั้น การซื้อสินค้าจากร้านที่ไว้ใจได้ อย่าง Bagnifique Brandname จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าที่คุณได้รับเป็นของแท้ 100% ทุกใบได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมการันตีคุณภาพและความถูกต้อง